วันพุธที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

กัญชา /แก้มหอม แม่มดกัญชา/หมอจินตนา/เดชา/ประสบการณ์ผู้ป่วย





พ.9ตค.62จากมยุรี💛ไอ้เบิ้ม ตับเหล็ก💚

เบิ้ม เป็นรุ่นน้องสายช่างค่ะ  ตกเย็นก็ตั้งวงเมา ไม่มี O.T. ก็เมา  มีเพื่อนก็เมา  เหงาๆนั่งกินเหล้าคนเดียวก็เมา

เมาหนักสุด คือ นอนในห้องเก็บอุปกรณ์ของบริษัท  ไม่กลับบ้านกลับช่อง

เมาเรื่อยๆเท่าที่ชีวิตจะมีโอกาส  ในที่สุดก็เริ่มป่วยเป็นตับอักเสบ  ไขมันพอกตับ  พัฒนามาเป็นตับแข็ง และมะเร็งตับในที่สุด

🍁🍁🍁🍁🍁

ท้องบวม  รัศมีสีเหลืองซีดฉาบไปทั้งตัว  ไม่ได้ผ่องผุดดุจทองคำ  แต่ใกล้ตายค่ะ

พอพี่ได้ข่าวว่า ไอ้เบิ้มเป็นมะเร็งตับ ก็รุดไปเยี่ยมด้วยความห่วงใย  เห็นสภาพน้องช่างแล้ว  จำต้องพูดความจริงว่า....

" เบิ้มเอ้ย!!! ทำใจให้สบาย ไม่ต้องห่วงใยอะไร นึกถึงบุญกุศลที่ทำมา ซึ่งเอ็งก็ไม่ค่อยจะมี  ตอนนี้เหลือเวลามากน้อยเท่าไหร่  ให้ภาวนา พุท-โธ ไว้นะ จับภาพพระในวาระสุดท้าย เอ็งจะได้ไปดี แล้วพี่จะทำบุญไปให้ "

มะเร็งตับ รักษายากค่ะ
ส่วนใหญ่เป็นแล้ว พอรู้ตัวก็สายเกินจะรักษา
พอรู้ว่าเป็น - ไม่กี่อาทิตย์ก็เสียชีวิต

🍁🍁🍁🍁🍁

เวลาผ่านไปหลายเดือน  พี่รอฟังข่าวว่า เบิ้มจะตายวันไหน

จนกระทั่งพี่ออกเดินทางไป - กลับ ต่างแดน - ประเทศไทย 3 รอบ ก็ยังไม่เห็นมีใครส่งข่าวเรื่องงานศพไอ้เบิ้มสักที

หลังจากเสร็จธุระ  จึงตัดสินใจไปเยี่ยมเบิ้ม ที่บ้านสวน มรดกชิ้นสุดท้ายของย่าไอ้เบิ้มที่ทิ้งไว้ให้หลานรัก

🍁🍁🍁🍁🍁

ภาพที่เห็น  คือ ไอ้เบิ้มยืนให้อาหารไก่

ท้องที่เคยบวมกลับยุบลง  ผิวพรรณกร้านและดำเพราะตากแดด ทำสวน

เบิ้มมีแปลงผักปลอดสารเคมีไว้กินเอง และมีชีวิตที่เราต้องเรียกว่า " อนาถา "

🍁🍁🍁🍁🍁

บ้านช่องสะอาด แต่เก่าทรุดโทรม มีระเบียบแต่ไร้ซึ่งความสะดวกสบาย ไม่ทันสมัย

ไม่มีทีวี  ไม่มีวิทยุ  ไม่มีมือถือ ไม่มีอินเทอร์เน็ต
ไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล  ไม่มีกระทั่งจักรยาน

เมียทิ้ง และอยู่ลำพังแบบเงียบๆคนเดียว

สมบัติที่สร้างมา ยกให้อดีตเมียไปหมด ตั้งแต่ตอนที่ใกล้ตาย

พอไม่ได้ตายสมใจ  ชีวิตเลยอนาถ ยิ่งกว่าตอนเป็นมะเร็งซะอีก

🍁🍁🍁🍁🍁

เบิ้มหายจากมะเร็งร้าย!! ค่ามะเร็งไม่มีในร่าง

พี่ถามเบิ้ม ตับเหล็กว่า กินยาอะไร??...มะเร็งถึงหายขาด

เบิ้มตอบตามสันดานกวนส้นตีนเดิมๆว่า  กินน้ำมนตร์ครับพี่

วัดไหนว๊ะ!!!???

🍁🍁🍁🍁🍁

เบิ้มพาเดินไปหลังสวน  เราจึงได้พบวัดที่ชื่อว่า " วัดใจ ปปส. "

ช่างกล้านะไอ้เบิ้ม!!!

ต้นกัญชา 3 ต้น สูงเด่นเป็นสง่าในเขตพัถสีมา ณ วัดแห่งนี้

🍁🍁🍁🍁🍁

เบิ้มบอกสูตรลับรักษาสุขภาพแบบอนาถาว่า " ผมเด็ดช่อดอกสดของกัญชามาตากให้แห้ง แล้วนำมาบดแต่ไม่ต้องละเอียดมาก

- ต้มน้ำเดือดๆ เทใส่ช่อดอกที่บดหยาบๆ
- แช่ทิ้งไว้ 10 - 15 นาที พออุ่นๆ ก็ดื่มเป็นชา  จิบแทนน้ำทั้งวัน

- น้ำหมด ก็เติมน้ำร้อน  เติมทั้งวัน ดื่มไปจนชาช่อดอกสีจางจนน้ำกลายเป็นสีใสๆ  ไม่มีสีเหมือนน้ำชาแล้ว "

🍁🍁🍁🍁🍁

" ผมทำแบบนี้ทุกๆวัน  มันก็ช่วยลดปวด นอนหลับสบายดี

กินแค่ไข่ กับ ผัก และข้าวนิดเดียว ประมาณ 5 คำพออิ่ม

เบื่อข้าวสวย ก็ทำข้าวต้มใส่ผัก กินง่ายๆไม่ต้องใส่เครื่องปรุง  น้ำตาล-น้ำปลา ไม่ใส่เพราะไม่มีเงินซื้อ

มีอะไรก็กินแบบนั้น  ไม่มีก็ไม่กิน กินเท่าที่มีในสวน

ผลไม้....ผมกินแค่กล้วยน้ำว้า วันละลูก

ผมก็อยู่มาเรื่อยๆ ชิวๆ อย่างที่พี่เห็นนี่แหละครับ "

🍁🍁🍁🍁🍁

แล้วไปเอาข้าวมาจากไหน??

" ผมขอหลวงพี่ครับ  ท่านให้เป็นทาน  ข้าววัดเหลือทุกวัน  ท่านให้ไปเอามากิน  มีคนใส่บาตรด้วยข้าวกล้อง ข้าวสีๆทุกวัน

หลวงพี่บอกว่า มีประโยชน์ต่อคนป่วย ท่านก็เก็บไว้ให้ครับ "

นี่แหละค่ะ  ชีวิตผู้ป่วยยากไร้ในประเทศไทย ใต้บวรพระพุทธศาสนา

🍁🍁🍁🍁🍁

ณ ปัจจุบัน

เบิ้มตัดต้นกัญชาทั้ง 3 แล้ว และขาย " ทั้งหมด " พร้อมประสบการณ์การรักษาตนเอง เพื่อเป็นงานวิจัยให้กับบริษัทผู้ผลิตยาแห่งหนึ่ง

ประสบการณ์ของผู้ป่วยมะเร็งตับ ที่เริ่มต้นจากตับอักเสบ  ไขมันพอกตับ  พัฒนาเป็นตับแข็ง และมะเร็งตับระยะสุดท้าย

🍁🍁🍁🍁🍁

หากบทความนี้จะเป็นธรรมทานให้แก่ผู้ป่วยยากไร้ที่ไม่มีเงินซื้อน้ำมันสกัดมารักษาตนเอง

พี่น้อมถวายเป็นพุทธบูชาทุกตัวอักษรค่ะ

ขอให้ผู้ป่วยมะเร็งทุกคนหายป่วยด้วย cannabis 🍀พืชพิษ แห่ง วัดใจ ปปส. และกระทรวงสาธารณสุขไทย

เรา:วันนี้ญาติคนตายมาทำบุญที่วัด เป็นมะเร็งที่ปาก
กินยาสมุนไพร อาการดีขึ้น แต่มีคนให้กินอาหารทะเล โรคกลับมาลุกลามจนเสียชีวิต

อาหารจึงสำคัญพอๆกับยา เบิ้มรู้การกินอาหารเนอะ
*************************
กัญชารักษาโรค




https://youtu.be/317fhUBi65I

อภัยภูเบศรรักษาพาคินสันด้วยน้ำมันกัญชา
แต่ยังไม่เปิดกว้าง
https://youtu.be/w0AuEwL2Ytc

มข.เสวนา การใช้“กัญชา”ทางการแพทย์อย่างถูกกฎหมาย เพื่อประโยชน์ผู้ป่วย
Fri 30 Nov. 2018

      วันนี้  (30 พฤศจิกายน 2561) เวลา 8.30 น. คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านเภสัชศาสตร์ จัดงานเสวนาเรื่อง “การเตรียมพร้อม ในการใช้กัญชาทางการแพทย์อย่างถูกกฎหมาย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วย ”  โดยได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.ภก.ไพบูลย์ ดาวสดใส คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นประธานเปิดงาน และ มีผู้ทรงคุณวุฒิให้เกียรติร่วมเวทีเสวนา ประกอบด้วย นายแพทย์ อิสระ เจียวิริยบุญญา ผู้อํานวยการโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี นายแพทย์ขวัญชัย วิศิษฐานนท์ ผู้อํานวยการสถาบันการแพทย์แผนไทย ศ.ดร.ภญ.บังอร ศรีพานิชกุลชัย คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ภญ.วีรยา ถาอุปซิต สํานักงานสาธารณสุขขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ผศ.ดร.นพ.ปัตพงษ์ เกษสมบูรณ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น  พร้อมผู้เข้าร่วมกว่า 100 คน ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 อาคาร 1 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
      การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อระดมความคิดเห็นเรื่องสถานการณ์ ปัญหาในการนํากัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ การศึกษาวิจัยในมนุษย์ เพื่อความมั่นคงด้านยาและฟื้นฟูภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ตลอดจนเป็นการเตรียมรับมือของผู้เกี่ยวข้องเมื่อกฎหมายเปิดให้ใช้ประโยชน์กัญชาทางการแพทย์ และเตรียมจัดทําข้อเสนอแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติยาเสพติด
      รศ.ดร.ภก.ไพบูลย์ ดาวสดใส คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า จากประวัติศาสตร์เรามีการใช้กัญชาที่ถูกต้องในทางการแพทย์ แต่ด้วยกระแสของต่างประเทศฝั่งตะวันตกที่มีความน่าเชื่อถือมากกว่า  กัญชาจึงถูกเข้าใจว่ามีฤทธิ์เป็นสารเสพติด กลายเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ประกอบกับการที่ประเทศไทยมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ไม่เพียงพอ ทำให้ความรู้และการวิจัยเกี่ยวกับกัญชาของไทย ขาดหายไปในช่วงนั้น แต่ปัจจุบันมีหลักฐานทางการแพทย์ว่า กัญชาสามารถรักษาโรคได้ เช่น โรคมะเร็ง   ทั้งนี้พระราชบัญญัติสมุนไพรเริ่มมีการพัฒนาเห็นความสำคัญของสมุนไพรอันเป็นวัตถุดิบของประเทศชาติ จึงเป็นโอกาสดีที่จะนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยการเป็นผู้ผลิตมือหนึ่ง อย่างไรก็ตามยาทุกตำรับ ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรหรืออื่น ๆ  มีทั้งประโยชน์และโทษ ขึ้นอยู่กับว่ามนุษย์จะนำประโยชน์มาใช้และควบคุมโทษได้อย่างไร หากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีโอกาสร่วมสนับสนุนในด้านไหนก็ตาม เรายินดีสนับสนุนอย่างเต็มที่ และขอเป็นกำลังใจให้กับทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง
       นายแพทย์ อิสระ เจียวิริยบุญญา ผู้อํานวยการโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี กล่าวว่า เนื่องจากรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งด้วยกัญชามา 10 กว่าปี พบว่าได้ผลดีเป็นอย่างมาก ตลอดระยะเวลา 3 ปี ได้พยายามดำเนินการขออนุญาตสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเพื่อที่จะให้กัญชาสามารถนำมาใช้ในทางการแพทย์ได้ โดยดำเนินการขออนุญาต ตั้งแต่กระบวนการผลิต จนถึงกระบวนการนำมาสกัดใช้ แต่ก็พบกับอุปสรรคหลายด้าน เนื่องจากยังขัดกับวัฒนธรรมการดำเนินชีวิตในสังคม รวมทั้งด้านกฎหมาย อย่างไรก็ตามหากกัญชาได้กำหนดให้ถูกกฎหมาย ประเทศไทยควรเก็บข้อมูลการใช้กัญชาอย่างจริงจังในประเทศ เพื่อการทำผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำมาใช้กับคนไข้ และในทางการแพทย์ได้อย่างกว้างขวาง
       นายแพทย์ขวัญชัย วิศิษฐานนท์ ผู้อํานวยการสถาบันการแพทย์แผนไทย เผยว่า จากการศึกษาตำรายาแผนไทยแห่งชาติพบยาที่เข้ากัญชากว่า 96 ตำรับ  ซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่มีการใช้มาตั้งแต่สมัยโบราณ และพบว่ากัญชาครอบคลุมการรักษาแทบทุกด้าน ต่อมาประเทศไทยกำหนดให้กัญชาเป็นสารเสพติดมาเป็นเวลานานกว่า 40 ปี ถ้าจะให้มีการนำมาใช้ในครัวเรือน ต้องใช้เวลาการยอมรับ ในอนาคตถ้ากัญชากำหนดให้เป็นสิ่งถูกกฎหมาย อยากเชิญชวนองค์การเภสัชกรรม จัดให้มีโรงเรือนแบบปิดเพื่อควบคุมสายพันธุ์ ทั้งนี้ต้องไม่ละเลยการปลูกกัญชาแบบพื้นบ้าน ซึ่งเป็นกรรมวิธีที่ได้กัญชาที่มีคุณภาพ และในการจะนำมาเข้าตำรับยาไทยต้องใช้กัญชาของไทย ในอนาคตพอจะมีแนวทางการใช้กัญชาด้านการแพทย์ที่เป็นไปได้ 3 แนวทาง คือ  นำมาใช้ตามรูปแบบการแพทย์ตะวันตก   นำมาใช้ในรูปแบบตำรายาแพทย์แผนไทย  และนำมาใช้ในรูปแบบการแพทย์พื้นบ้าน คาดว่าจะนำตำรับยาไทยมาใช้และเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะเป็นตัวบ่งชี้ว่ากัญชาจะยังเป็นยาเสพติดหรือไม่  แล้วเราจะได้ตำรับยาที่มีคุณภาพมากขึ้นและมีการพัฒนาควบคู่กันไปให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
       ถึงแม้ว่าในอนาคตใกล้นี้เราจะยังไม่ทราบได้อย่างแน่ชัดว่า ในการนำกัญชามาใช้รักษาผู้ป่วย ในทางการแพทย์ จะมีกฎหมายรองรับหรือไม่นั้น อย่างไรก็ตาม ทางด้านเภสัชศาสตร์และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องหวังว่าการเสวนานี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วย และบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อผลักดันให้เกิดการรักษาอันเป็นประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วยชาวไทยในอนาคต

ข่าว : จิราพร ประทุมชัย
https://m.kku.ac.th/news/content.php?did=N0016489&l=th



ประสบการณ์จริงจากคนไข้ที่รักษาด้วยกัญชา
(คุณเล็ก):มะเร็งลำไส้ใหญ่
https://youtu.be/uyw6rdDQHjY

มะเร็งต่อมน้ำเหลือง
https://youtu.be/uFVbR-xT0mE




ร.พ.นพรัตน์


 รพ.นพรัตนราชธานีว่า ช่วงเดือนครึ่งที่ผ่านมา พบมีผู้ป่วยได้รับผลกระทบจากการใช้น้ำมันกัญชา ทั้งแบบหยดใต้ลิ้นและสูบจำนวน 7 ราย รายแรก เป็นเพศชาย อายุ 20 กว่าปี มีอาการปวดท้องเรื้อรัง จึงใช้น้ำมันกัญชา 1-2 ครั้ง มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน รายที่ 2 เป็นหญิง อายุ 35 ปี เป็นโรคความดันโลหิตสูง นำน้ำมันกัญชามาหยดใต้ลิ้นหยดแรกแล้วรู้สึกว่าติดที่ริมฝีปาก จึงหยดเพิ่มอีก 1 หยด หลังจากนั้น 4 ชั่วโมง มีอาการบ้านหมุน คลื่นไส้ อาเจียน รายที่ 3 ไม่มีโรคประจำตัว เป็นผู้สูบกัญชาค่อนข้างประจำ มีอาการปวดท้อง คลื่นไส้
อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า รายที่ 4 เป็นพระ อายุ 60 ปี ไม่มีโรคประจำตัว ใช้น้ำมันกัญชา รักษาอาการปวดเมื่อย พอหยดไป 1 คืน เกิดอาการเวียนศีรษะ คาดว่าอาจมาจากโรคความดันสูง ที่ผู้ป่วยไม่รู้มาก่อน มีอาการสโตรกและเป็นอัมพาตไปครึ่งซีก ไม่แน่ชัดว่ากัญชามีส่วนหรือไม่ รายที่ 5 ชาย อายุ 45 ปี เคยผ่าตัดหัวใจ และเป็นความดันโลหิตสูง ใช้น้ำมันกัญชาไป 1 ครั้ง วันรุ่งขึ้นเกิดเวียนศีรษะและอาเจียน ส่วนรายที่ 6 อายุ 75 ปี เป็นมะเร็งและนอนติดเตียง หลานนำน้ำมันกัญชามาลองหยดให้ ปรากฏว่ามีภาวะซึมจนต้องนอนให้น้ำเกลือใน รพ. 2-3 วันถึงกลับบ้านได้ แต่อาการโรคมะเร็งดีขึ้น และรายสุดท้ายเป็นผู้หญิง อายุ 35-40 ปี ไม่มีโรคประจำตัว แต่มีอาการเครียด ใช้น้ำมันกัญชาหยดวันละ 3-4 ครั้ง วันเกิดเหตุดื่มเบียร์ 2 กระป๋อง เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน ทั้งหมดนี้เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบที่เข้ามารักษาที่ รพ.นพรัตนราชธานี เพียงแห่งเดียวเท่านั้น แต่ยังมีเคสอื่นๆอีกมาก
นพ.สมศักดิ์กล่าวต่อว่า น่าสังเกตว่า น้ำมันกัญชามีประโยชน์ในการรักษาอาการคลื่นไส้อาเจียน ในผู้ป่วยที่รับเคมีบำบัด แต่กลับพบว่า ผู้ป่วยที่เข้ามารักษาใน รพ.กลับมาด้วยอาการคลื่นไส้อาเจียน หมายความว่า น้ำมันกัญชาไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน ปฏิกิริยาไวต่อน้ำมันกัญชาแตกต่างกัน ยังพบข้อมูลอีกว่า ผู้ป่วยที่หาน้ำมันกัญชามาใช้มักซื้อจากผู้ขายรายเดียว รอบแรกใช้แล้วไม่เป็นไร รอบหลังกลับเกิดปัญหา สะท้อนให้เห็นว่าน้ำมันกัญชาไม่มีมาตรฐาน มีคนกำลังหลอกผู้ป่วยหรือไม่ เพราะขณะนี้มีการแชร์ทางโซเชียลว่า น้ำมันกัญชารักษาได้สารพัดโรคซึ่งไม่จริง ขณะนี้อนุญาตให้ใช้เพียง 4 กลุ่มโรค 1.ภาวะคลื่นไส้อาเจียนในผู้ป่วยที่ได้รับเคมีบำบัด 2.โรคลมชักที่รักษายาก หรือที่ดื้อต่อยารักษา 3.ภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็ง ในผู้ป่วยปลอกประสาทเสื่อม และ 4.ภาวะปวดประสาทที่ใช้วิธีรักษาอื่นไม่ได้ผล ขอย้ำว่ากัญชาไม่ใช่ทางเลือกแรกในการรักษา การใช้ต้องเป็นไปตามข้อบ่งชี้ ดังนั้นผู้ป่วยจะต้องมาพบแพทย์ตรวจว่ามีข้อบ่งชี้ในเรื่องการใช้น้ำมันกัญชาเพื่อรักษาหรือไม่
สำหรับการอบรมผู้ใช้กัญชาทางการแพทย์เปิดไปแล้ว 6 รุ่นและเต็มหมดแล้ว แต่ยังจะเปิดรุ่นพิเศษให้แพทย์และเภสัชกรใน รพ.ประมาณ 100 กว่าแห่ง ในวันที่ 17-18 มิ.ย.จำนวน 250 ราย อบรมแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง 180 ราย ในวันที่ 30-31 ก.ค.นี้ และอบรมหลักสูตรบริหารจัดการการใช้กัญชาทางการแพทย์ให้กับนายแพทย์สาธารณสุข จังหวัด และ ผอ.รพ.ศูนย์/รพ.ทั่วไป...

ตนเป็นโรคไทรอยด์และภูมิแพ้อยู่ก่อนแล้ว
นำมาหยดใต้ลิ้น 1 หยดแล้วหลับไป แต่ตื่นมาประมาณตี 1 หัวใจเต้นเร็วมาก รู้สึกตัว แต่ขยับตัวไม่ได้ ลิ้นแข็ง ปากชา เหมือนเป็นอัมพาต จนเช้าหลานพาไปพบแพทย์ที่ รพ.
https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/1575650

ร.พเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ ปราจีน เผยแพร่11กค.62


นายแพทย์นำพล แดนพิพัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้ดำเนินการ “กัญชา อภัยภูเบศร โมเดล” ครบวงจร ตั้งแต่การปลูก การผลิต และการใช้ โดยความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จัดหาสารสกัดกัญชาที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงยาภายใต้การรักษาที่มีมาตรฐานทางการแพทย์ ซึ่งจะมีการคัดกรองผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาตามเกณฑ์ที่กำหนด ตรวจร่างกายและการตรวจเพิ่มเติมอื่นๆ ตามความจำเป็น จ่ายยาและให้คำแนะนำแบบเฉพาะราย โดยเภสัชกรผู้ผ่านการอบรม โทรศัพท์ติดตามหลังการใช้ภายใน 24 ชั่วโมง ทุกวันใน 1 สัปดาห์แรก ทุกสัปดาห์ในเดือนแรก และนัดผู้ป่วยกลับมาติดตามทุก 1 เดือน เพื่อประเมินความปลอดภัยและประสิทธิผล
เภสัชกรหญิง ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า ในระยะแรก เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2562 ได้คัดกรองและรักษาผู้ป่วยจำนวน 10 ราย โดยใช้สารสกัดกัญชาที่ได้รับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในผู้ป่วยพาร์กินสัน โรคลมชัก อัลไซเมอร์ และมะเร็งลำไส้ใหญ่กระจายไปเยื่อบุช่องท้อง จากการติดตามความปลอดภัยและประสิทธิผลเบื้องต้นใน 24 ชั่วโมง ไม่มีรายใดเกิดผลข้างเคียง และผู้ป่วยบางรายเริ่มเห็นผล เช่น อาการลิ้นคับปาก พูดได้ชัดมากขึ้น บางรายเดินได้มากขึ้น

https://www.hfocus.org/content/2019/06/17310



ร.พจุฬา เผยแพร่11กค.62

น้ำมันกัญชาที่ถูกผลิตออกมาขวดแล้วขวดเล่า ต่างคนต่างคิดสูตรของตัวเองขึ้นมา...แล้ววิธีการใช้น้ำมันกัญชาที่ถูกต้องโดยไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ป่วยมีวิธีการอย่างไร ทั้งเรื่องปริมาณหรือขนาดต้องใช้เท่าไรถึงจะเหมาะกับผู้ป่วยแต่ละคน
ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา อธิบายว่า น้ำมันกัญชาที่ประชาชนใช้กันอยู่ทุกวันนี้ คือเป็นการสกัดเองตามบ้าน ทำให้มีลักษณะความเข้มข้นแตกต่างกัน และอีกหนึ่งปัญหาก็คือ การบีบซึ่งแต่ละคนบีบน้ำมัน 1 หยดในปริมาณที่ไม่เท่ากัน

ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยกรณีผู้ป่วยที่ไม่เคยใช้น้ำมันกัญชามาก่อน ควรเริ่มใช้ในปริมาณน้อยที่สุด คือ ใช้ไม้จิ้มฟันจุ่มลงไปในน้ำมันกัญชาแล้วมาแตะที่ซอกฟัน ก็เปรียบเสมือนเราหยอดไปครึ่งหยด แต่ต้องเริ่มหยอดในช่วงเวลาก่อนนอน เพราะน้ำมันกัญชาจะไม่ออกฤอธิ์ทันที แต่จะออกฤทธิ์หลังจากการหยอดประมาณ1-3 ชั่วโมง
https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/834903



ร.พน่าน



https://youtu.be/tl789YUN_18

ร.พหนองฉาง อุทัยธานี




ที่โรงพยาบาลหนองฉาง จ.อุทัยธานี เป็นอีกหนึ่งโรงพยาบาลที่มีประชาชนทั้งในและต่างจังหวัด เช่น กรุงเทพฯ พิจิตร สุพรรณบุรี เดินทางเข้าตรวจรักษากับนายแพทย์ ประเสริฐ มงคลศิริ ผอ.รพ.หนองฉาง ซึ่งได้ทำการเปิดรับและให้การรักษาผู้ป่วยด้วยน้ำมันกัญชามานานกว่า 8-9 เดือน รักษาผู้ป่วยแล้วหลายร้อยราย และล่าสุดได้มีการดำเนินการทางกฎหมายชัดเจนแล้ว
คนไข้ เช่น กรุงเทพฯ พิจิตร สุพรรณบุรี เดินทางลงทะเบียนกับทางโรงพยาบาล เพื่อให้หมอทำการตรวจวินิจฉัยไม่ต่ำกว่าวันละ 100 ราย
นายแพทย์ ประเสริฐกล่าวว่า ช่วงนี้การใช้สารสกัดจากกัญชารักษาโรคได้รับความสนใจมาก ไม่ว่าจะเป็นองค์กรเอกชน หน่วยงานของรัฐ สถาบันทางการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ตลอดจนโรงพยาบาลหลายๆ แห่ง 
ที่ผ่านมาตนได้ใช้สารสกัดกัญชารักษาโรคผู้ป่วยมาประมาณ 8-9 เดือน ช่วงแรกๆ มีผู้ป่วยมาเข้ารับการรักษาประมาณ 9-10 คน แต่ช่วง 1-2 อาทิตย์มานี้มีผู้ป่วยมาเข้ารับการรักษาวันละไม่ต่ำกว่า 100 คน จนถึงขณะนี้มีผู้เข้าใช้สารสกัดจากกัญชาในการรักษาโรคกับทางโรงพยาบาลฯ ไม่ต่ำกว่า 1,000 คน


























นายแพทย์ ประเสริฐ: ผลการใช้จากผู้ป่วยหลายคนที่เราติดตามพบว่ามีอาการดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยส่วนใหญ่มาจากต่างจังหวัด บางรายก็ไม่ได้มาทำการรักษาต่อก็มี จึงไม่รู้ว่าผลหลังการใช้นั้นดีหรือไม่ดีขึ้นอย่างไร แต่จากผู้ป่วยที่ตนยังตรวจรักษาและติดตามผลต่อพบว่าสามารถช่วยลดการใช้ยาแผนปัจจุบันไปได้ บางรายสามารถใช้น้ำมันกัญชาอย่างเดียวในการรักษาโรคเลยก็มี
ถาม:ผู้ป่วยโรคใดบ้างที่จะสามารถนำสารสกัดจากกัญชามาใช้ในการรักษาโรคได้นั้น
 นายแพทย์ ประเสริฐ: รักษาโรคได้เกือบทุกโรค เพราะมันเกิดจากระบบในร่างกาย เนื่องจากระบบกัญชานั้นมีอยู่ในร่างกายของคนเราอยู่แล้ว เรียกว่า Endocannabinoid หรือเรียกว่าในร่างกายของคนเรามีสารกัญชาจากธรรมชาติอยู่ในร่างกายในระดับหนึ่ง ซึ่งระดับที่มีอยู่นั้นสามารถควบคุมสภาวะสมดุลของระบบเอนไซม์ ระบบฮอร์โมน ระบบกล้ามเนื้อ ระบบประสาท 
“คนเราเวลาเป็นโรค ระบบต่างๆ จะขาดการสมดุล เช่น ประสาทไม่สมดุล สารสกัดกัญชาทางธรรมชาติที่มีอยู่ในร่างกายมันไม่พอที่จะเข้าไปทำการรักษา เมื่อมีระบบใดระบบหนึ่งเสียสมดุล เมื่อเราเติมสารสกัดจากกัญชาเพื่อไปกระตุ้นที่มันมีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นกัญชาที่เราใส่เข้าไปถือว่ามันมีอยู่ในร่างกายเราอยู่แล้ว จึงไม่ใช่สิ่งแปลกปลอม เพราะเราใช้ไม่มาก ถ้าเป็นโรคทั่วๆ ไป ถ้าเกี่ยวกับระบบเราใช้เพียง 1-2 หยดเท่านั้น”


























นายแพทย์ ประเสริฐ:สารสกัดจากกัญชามีเป็นร้อยชนิด แต่ตัวที่เด่นๆ ที่นำมาใช้ในการรักษาโรคมีอยู่ 2 ชนิด คือ TSC และ CBD ซึ่งก็มี Action ต่างกัน และเรามาใช้ในการรักษาโรคไม่เหมือนกัน 

เผยแพร่: 


https://youtu.be/KADpBqdcK_w

เดชา ศิริภัทร ข่าวบีบีซี


ข่าวบีบีซี



น้ำมันเดชาตอน1/4
https://youtu.be/u-ISCPAPjTg
กัญชา ถึงเราจะกินมากแค่ไหน จะไม่มีอันตราย



ประสบการณ์จริงจากหมอ(หมอจินตนา)กัญชารักษามะเร็ง
เมื่อแพทย์หญิงพูดถึงการใช้กัญชารักษาโรคตอนที่1
https://youtu.be/napkDNWTXew

เมื่อแพทย์หญิงพูดถึงการใช้กัญชารักษาโรคตอนที่2
คนไทยไปรักษามะเร็งระยะสุดท้ายที่ร.พลาวแล้วหายจากโรค



สวัสดีคลีนิก47ซอยพหลโยธิน63 กทม.10220
น.อ(พิเศษ)หญิงจินตนา มโนรมย์ภัทรสาร ร.พภูมิพล
รักษามะเร็งระยะสุดท้าย ลมชัก พาร์กินสัน
https://m.facebook.com/sawasdeeclinic/photos/a.780134205686306/875516212814771/?type=3&source=48

***********************


ไปดูการกัญชาทางการแพทย์ในอเมริกา
https://youtu.be/H7D4npsPbT4



แก้มหอมกับสุทธิชัย หยุ่น

3:33 พี่มีผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายเยอะ ที่ไม่สามารถจะผ่าตัดได้...ทางร.พต้องปิดแฟ้ม แล้วส่งผู้ป่วยกลับบ้าน มันหมดวิธีรักษาที่มีในร.พ
https://youtu.be/7PtfQZtFIaY


แม่มดกัญชา
https://youtu.be/9YFTAz8uC4M

วิธีหยดน้ำมันกัญชาใต้ลิ้นผู้เป็นไมเกรน นอนไม่หลับ
https://youtu.be/9Mjne5hLWNQ

รักษามะเร็งปอดด้วยน้ำมันกัญชา โดยดร.แก้มหอม
https://youtu.be/zW0OJkGIcqU


ความรู้เรื่องมะเร็ง
เรื่องอาหารการกินจำเป็นมาก เพราะทุกโรค อาหารการกินคือหัวใจหลัก you are what you eat กินอะหยังก็ได้อย่างสั้น...
อาหารที่ทำให้ภาวะเซลล์มะเร็งเติบโต เช่น
1.เนื้อสัตว์ : โปรตีนรวมทั้งฮอร์โมนสารเร่งต่างๆ เพื่อทำสัตว์ให้มันใหญ่ไวๆ มีผลกระตุ้นให้ะเซลล์มะเร็ง ทำงานได้ดีขึ้น คุณหมอจะแนะนำให้กินเนื้อปลา

ถ้ากินไก่ก็อย่าไปกินไก่ที่ใส่ฮอร์โมน กินไก่บ้าน ลูกศิษย์อยู่เทนเนสซี่โทรมาทำฟาร์มไก่2-3ล้านตัว ทุกตัวใส่สารเร่งหมด 45มื้อก็เฉือนแล้ว ไก่ใหญ่ ปกติต้องใช้เวลาเลี้ยง~6เดือน อันนี้แค่เดือนกว่าๆ ไก่ก็ใหญ่แล้ว เพราะใส่ฮอร์โมนใส่สารเร่ง ไก่นี่ตัวหลักเลย คนไข้เป็นยูริกกันสูงมาก โรคเก๊าท์ โรคประดงกันนะเจ้า

หมูก็คือกัน กินอาหารใส่สารเร่ง คนเป็นมะเร็งหยุดกินหมูเลย

เนื้อวัว เป็นสัตว์ใหญ่ ย่อยยาก ทำให้ร่างกายเกิดภาวะความเป็นกรด
เป็นภาวะที่มีพิษสูง ภาวะที่มะเร็งเจริญเติบโตได้ดี
คนเป็นมะเร็งห้ามกินเนื้อวัวควาย มีผลต่อมะเร็งลำไส้โดยตรง
ภาวะที่ดีของร่างกาย มนุษย์เราควรมีค่าพีเอชมากกว่า7.4ขึ้นไป
ภาวะพีเอช4.5-5.5เป็นภาวะที่ดีที่มะเร็งเจริญเติบโต

2.น้ำตาล ปัจจุบันผ่านกระบวนการเคมี ขัดขาว ถ้าขอได้จะขอคนไข้
อย่ากินน้ำตาล ถ้าจะกินกินน้ำตาลอ้อย น้ำผึ้ง ความหวานเป็นแคลอรี่ที่สำคัญ ที่ร่างกายต้องการ  แต่น้ำตาลมีผลกระทบต่อภาวะทำลายภูมิคุ้มกันได้สูงมาก คนเป็นมะเร็งภูมิคุ้มกันบ่ดีอยู่แล้ว...
ฉะนั้นอาหารที่มีความหวานสูง พวกเครื่องปรุงเวลากินก๋วยเตี๋ยว เห็นทุกคนจะตักน้ำตาล ใส่น้ำปลา ทุกคนบ่เคยซิมเลย ใส่แล้วถึงค่อยชิม ยี่ไงถึงได้เป็นโรคไต ความดัน
หมอไม่แปลกใจว่าเมืองไทยไตกับความดันเป็นโรคที่ทุกคนเป็น

คนที่ยังไม่ป่วย จะบ่สนใจที่จะดูแล จนกว่าจะป่วยแล้ว ถึงเฮ้ย!จะกลับมาว่าเราควรจะทำอะหยัง หรือเราบ่ควรจะทำอะหยัง
สิ่งที่ควรจะกิน พวกธัญญพืช โปรตีนจากถั่ว มีส่วนช่วยสร้างสารอาหารที่ดี

3.นม อาหารที่เป็นเมือก จะไปห่อหุ้ม ร่างกายจะมีเซลล์ดีลาดตระเวน แล้วพยายามช่วยทำลายเซลล์ไม่ดี ฉะนั้นเราอย่าไปทำฮื้อเซลล์บ่ดีให้มันมีความแข็งแรงขึ้น หรือว่ามีความหนาแน่นของเซล ทำให้เซลล์ดีทำงานยาก

4.เนื้อสัตว์แปรรูป อาหารที่เป็นสารเคมี เช่น ลูกชิ้น อาหารแช่แข็งเช่นไส้ของแฮมเบเกอร์ ไม่ใช่เนื้อหมู ไก่ที่เราเอามาทอดหรือสับ

5.อาหารที่มีอายุของอาหารยาว คนกินจะอายุสั้น
อาหารที่มีอายุของอาหารสั้น เก็บได้แป๊บเดียวเสีย คนกินจะอายุยืน เช่นผักสด จะทำให้เราได้รับเอนไซม์หรือสารอาหารที่ดี
ใครมาเชียงใหม่จะต้องซื้อสตอร์เบอรี่ มีลูกศิษย์บ้านอยู่สะเมิง ฃบอกว่าอย่ากินเด็ดขาด ยาฆ่าแมลงเยอะมาก
เวลาพูดถึงอาหารที่มีเอนไซม์สดๆ ทุกข์ใจนะ บอกคนไข้พยายามกินผักสด แต่มียาฆ่าแมลงเยอะมาก ตัวเองกินปุ๊บ ปากเป็นคิวทาโร่เลย ข้างในปากจะเป็นเม็ดๆ

6.อาหารที่มีผงชูรสสูง ตัวเองกินเสร็จปากบวมทันที ทำไมผงชูรสถึงได้เยอะขนาดนี้ ก็ไม่อยาดให้ทุกคนฟังแล้ว กินบ่ได้แบบนั้น

7.ผักผลไม้ ต้องตบท้ายด้วยคำว่าปลอดสารหรือออร์แกนิก การกินผักผลไม้มีส่วนสำคัญสูงมาก สำหรับผู้ป่วยมะเร็ง อาหารชีวจิตที่นำธัญญพืชหรือผลไม้สดๆมาปั่น เอามาทำน้ำกินดีมาก แต่ปัญหาคือยาฆ่าแมลงที่แก้ไขไม่จบ อาจจะต้องปลูกผักกินเอง อยากจะสนับสนุน อย่าไปกินข้าวนอกบ้าน ช่วงที่รักษามะเร็ง เราจะต้องเข้มงวดกับอาหารการกิน

8.การหายใจ จำไว้เสมอว่า มะเร็งจะไม่แข็งแรง ถ้าร่างกายได้ออกซิเจน หรือได้อากาศที่ดี แก้มหอมมีอาจารย์สอนมะเร็ง เพิ่นก็เป็นมะเร็งเหมือนกัน เพิ่นทิ้งทุกอย่าง ไปอยู่บนภูเขาหิมาลัย คือไปรักษาตัว กินน้ำ กินผักผลไม ้ไปสูดอากาศ หาย โดยไม่กินยา ใช้วิตามิน แร่ธาต ุจากธรรมชาติตรงนั้น

9.การออกกำลังกาย เล็กๆน้อยๆ การเคลื่อนที่ ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกาย รุนแรง ช่วยภาวะร่างกายได้ดีขึ้น หายใจสูดลึกๆ
เวลาเราเหนื่อย หัวใจเต้นเร็วขึ้น ร่างกายต้องการออกซิเจนมากขึ้น การออกกำลังกายเป็นการเอาออกซิเจน เข้าสู่ร่างกายได้เยอะขึ้น
ทุกอย่างมีความสัมพันธ์กันหมด

10.เกลือ คนเป็นมะเร็งห้ามกินน้ำปลาเด็ดขาด ให้กินเกลือ ห้ามกินเกลือสีขาว

11.อาหารแป้งสำเร็จรูปต่างๆ ต้องงด

12.อาหารดิบๆสุกๆงดเด็ดขาด

สิ่งที่ดีที่สุดจะทำได้คือ
ก.เรารู้อยู่แล้วว่า อะหยังที่จะก่อให้เกิดมะเร็ง อะหยังที่ทำให้ร่างกายเรามีความเสี่ยงต่อมะเร็ง จากสื่อต่างๆ เรารู้อยู่ว่า
อะหยังคือสิ่งที่บ่ดี อะไรคือสิ่งที่ไม่ดี ที่จะทำให้เรากลายเป็นมะเร็ง

ข.การทำให้ร่างกายเราสะอาด การล้างพิษดีทอกซ์ การสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย การต่อต้านอนุมูลอิสระ คือผู้ที่พร้อมจะไปทำลายเซลล์ของเรา แล้วกลายเป็นเซลมะเร็ง

อยากฮื้อทุกคน อย่ามัวแต่ก้มหน้าก้มตาทำงาน อย่ามัวแต่ละเลยสุขภาพ...ดูแลร่างกายคือสารอาหารที่ดีแก่ร่างกาย หาตัวสร้อยมาดูแลร่างกายให้ดีที่สุด
เมื่อเราทำแบบนั้นแล้ว เกิดอะไรขึ้นมา เราก็รู้สึกว่า เราทำดีที่สุดแล้ว
คนที่เป็นมะเร็งก็ขอให้มีกำลังใจ การให้คำแนะนำซึ่งกันและกัน
https://youtu.be/MppW5dfzjD0



“การสกัดตัวยาในกัญชาด้วยน้ำมัน เพื่อรักษาโรคลมชัก และยังมีตัวยาอีกหลายตัวที่ยังไม่มีความรู้“
https://youtu.be/LG4XUknORG8

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น