วันอังคารที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2560

กินอาหารล้างพิษร้อน /













ปวดเมื่อยเนื้อตัวก็เพราะอาหารฤทธิ์ร้อน พออ่านหมอเขียวข้างล่าง

จากคำอธิบายของหมอเขียวเพิ่มความรู้ตนเองดังนี้
กินน้ำย่านางดียังไง

มา#บันทึก ถ้าเราไม่รู้อะไรคือฤทธิ์ร้อน-ฤทธิ์เย็น จะลำบากนะ


# ในย่านางก็มีเบต้าแคโรทีนเยอะเหมือนกัน
เป็นเบต้าเย็น กินปุ๊บ เบาหวาน ไขมัน ความดันลง
เห็นไหมเบต้าเหมือนกัน ทำไมไม่เหมือนกัน
เพราะมันมีร้อนมีเย็นไง

#แคลเซี่ยมเองก็มีร้อนมีเย็น อย่างแคลเซี่ยมจากงา
จากปลาเล็กปลาน้อย จากหมอจ่ายยาแคลเซี่ยม
อันนั้นเป็นแคลเซี่ยมร้อน
แคลเซี่ยมจาก ย่านาง ใบเตย ผักบุ้ง อ่อมแซ่บ อะไรต่างๆ
พวกนี้ ผักผลไม้ฤทธิ์เย็น พวกนี้เป็นแคลเซี่ยมเย็น


#คราวนี้นิ ยุคนี้ 10 ปีมานี่โลกมันร้อนขึ้น ฟังอันนี้ให้ดีๆน่ะ
คนไม่เข้าใจ ยุคนี้คนจะ กระดูกผุพรุนบาง และเกิดโรค
แทรกซ้อนกันเพียบเลยจากการกินแคลเซี่ยม
จากการกินแคลเซี่ยมที่หมอจ่ายยาทั้งหลาย
และจากการกินแคลเซี่ยมที่เราไม่เข้าใจ
จากปลาเล็กปลาน้อยหรือจากงาก็แล้วแต่ กินมากไป
ไม่ถูกจังหวะจะอันตราย กระดูกจะผุมากขึ้น

#ปัญหาโรคกระดูกและอื่นๆจะมากขึ้น เพราะมันจะมีโรค
แทรกซ้อนเยอะ มันเป็นอย่างงี้ครับ 10 ปีมานี่ ป่าไม้แม่น้ำ
ลำธารลดลง สารเคมีเยอะ มลพิษเยอะ ความเครียดเยอะ
เมื่อโลกร้อนขึ้น จากหลายสาเหตุ อาหารรสจัด
อาหารเนื้อสัตว์ต่างๆก็ตาม เมื่อโลกร้อนขึ้นนั้น

#เพราะฉะนั้นเรากินแคลเซี่ยมเย็นจากสมุนไพรฤทธิ์เย็น
จากผักฤทธิ์เย็น อาหารฤทธิ์เย็นนั้น จะเข้าไปสังเคราะห์
เป็นแคลเซี่ยมเย็น แล้วกระดูกจะต้องการ มวลกระดูกจะเพิ่ม
แต่ใครก็ตามที่กินแคลเซี่ยมร้อนเข้าไป มันจะแย่เข้าไปกว่าเดิมอีกกระดูกจะผุพรุนบางมากขึ้น เกิดปัญหาโรคแทรกซ้อน
เบาหวาน ความดัน ไขมัน ปวดตามกล้ามเนื้อปวดอะไรหลายอย่าง

#สรุปโรคทุกโรคจะแทรกซ้อนตามมาเพราะมันร้อน
ร่างกายไม่ต้องการแคลเซี่ยมร้อน ร่างกายต้องการแคลเซี่ยม
เย็นเป็นหลัก พอเราเจอแบบนั้นปุ๊บ เราก็แนะนำคนไข้
หยุดกินแคลเซี่ยมร้อนนั้นซ๊ะ แล้วมากินแคลเซี่ยมเย็น
ปรากฏว่ามีคนไข้จำนวนมากที่มากินแคลเซี่ยมเย็นนี่

#ส่วนใหญ่ภายใน 1 ถึง 6 เดือน มวลกระดูกก็จะเพิ่ม และอาการทรมานต่างๆก็จะหายไป นี่คือสิ่งที่เราพบเพราะฉะนั้นแคลเซี่ยมก็ต้องรู้ร้อนรู้เย็น

#ถ้าเราไม่รู้ร้อนรู้เย็นจะลำบาก
ใจเพชร กล้าจน(หมอเขียว)



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น